สแกนเพื่อหาแอป Android

สแกนเพื่อหาแอป iOS

Balance, Equity และ Free Margin คืออะไร? 3 ค่าสำคัญที่เทรดเดอร์ควรรู้

Articles in this topic

Balance, Equity และ Free Margin คืออะไร? 3 ค่าสำคัญที่เทรดเดอร์ควรรู้

Sep 22, 2026
Balance, Equity และ Free Margin คืออะไร? 3 ค่าสำคัญที่เทรดเดอร์ควรรู้

เมื่อเปิดแพลตฟอร์มเทรด Forex หรือ CFD หนึ่งในข้อมูลที่เทรดเดอร์จะเห็นอยู่เสมอคือ Balance, Equity และ Free Margin

แม้ทั้ง 3 ค่านี้จะเกี่ยวข้องกับเงินในบัญชีเหมือนกัน แต่ความหมายและการใช้งานแตกต่างกันอย่างชัดเจน

การเข้าใจว่าแต่ละค่าคืออะไร เปลี่ยนแปลงตอนไหน และสัมพันธ์กันอย่างไร จะช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นสถานะของบัญชีได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงประเมินความเสี่ยงจาก Margin Call หรือ Stop-Out ได้ดีขึ้น

Balance คืออะไร?

Balance คือยอดเงินในบัญชีที่คำนวณจากธุรกรรมที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว เช่น

  • เงินฝากเข้าบัญชี
  • เงินที่ถอนออก
  • กำไรจากออเดอร์ที่ปิดแล้ว
  • ขาดทุนจากออเดอร์ที่ปิดแล้ว

สิ่งสำคัญคือ Balance จะยังไม่รวมกำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่กำลังเปิดอยู่

ดังนั้น แม้ว่าราคาตลาดกำลังเคลื่อนไหวและออเดอร์ของคุณกำลังมีกำไรหรือขาดทุน Balance ก็จะยังคงเดิมจนกว่าออเดอร์นั้นจะถูกปิด

ตัวอย่าง Balance

สมมติว่าเริ่มต้นด้วยการฝากเงิน

USD 500

จากนั้นปิดออเดอร์ 2 รายการ

  • ออเดอร์แรก กำไร USD 100
  • ออเดอร์ที่สอง ขาดทุน USD 50

Balance จะเท่ากับ

USD 500 + USD 100 − USD 50 = USD 550

ดังนั้น Balance ปัจจุบันคือ USD 550

Equity คืออะไร?

ถ้า Balance แสดงเฉพาะเงินจากธุรกรรมที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว Equity จะสะท้อนมูลค่าของบัญชีแบบเรียลไทม์มากกว่า

Equity คือ Balance ที่นำมาปรับตาม กำไรหรือขาดทุนลอยตัว (Floating Profit/Loss) ของออเดอร์ที่กำลังเปิดอยู่ รวมถึง Swap หากมี

สามารถมองง่าย ๆ ว่า Equity คือ

“ถ้าปิดออเดอร์ทั้งหมดตอนนี้ บัญชีจะเหลือเงินประมาณเท่าไร”

สูตรคำนวณ Equity

หากออเดอร์กำลังมีกำไร

Equity = Balance + Floating Profit + Swap

หากออเดอร์กำลังขาดทุน

Equity = Balance − Floating Loss + Swap

Equity ยังสามารถคำนวณได้จาก

Equity = Margin + Free Margin

ตัวอย่าง Equity

สมมติว่าคุณมี

Balance = USD 500

และเปิดออเดอร์หนึ่งรายการ ซึ่งขณะนี้มีกำไรลอยตัว

Floating Profit = USD 100

โดยสมมติว่ายังไม่มี Swap

ดังนั้น

Equity = 500 + 100 = USD 600

แม้ Equity จะเพิ่มขึ้นเป็น USD 600 แต่ Balance จะยังคงอยู่ที่ USD 500 เพราะกำไร USD 100 นั้นยังไม่เกิดขึ้นจริงจนกว่าจะปิดออเดอร์

ในทางกลับกัน หากออเดอร์กำลังขาดทุน Equity ก็จะลดลงตามผลขาดทุนลอยตัวแบบเรียลไทม์

Free Margin คืออะไร?

Free Margin คือเงินส่วนที่ยังไม่ได้ถูกใช้เป็น Margin เพื่อรองรับออเดอร์ที่กำลังเปิดอยู่

พูดง่าย ๆ คือ เป็นเงินทุนส่วนที่ยัง “ว่าง” และสามารถนำไปใช้สำหรับ

  • เปิดออเดอร์เพิ่มเติม
  • รองรับความผันผวนของออเดอร์ที่เปิดอยู่
  • หรือถอนออกจากบัญชี ตามเงื่อนไขของบัญชี

สูตรคำนวณ Free Margin

Free Margin = Equity − Margin

ตัวอย่างเช่น

คุณมี

Balance = USD 1,000

เปิดออเดอร์ที่ใช้

Margin = USD 200

และออเดอร์ทั้งหมดกำลังมีกำไรลอยตัว

USD 300

ดังนั้น

Equity = 1,000 + 300 = USD 1,300

และ

Free Margin = 1,300 − 200 = USD 1,100

จึงเหลือ Free Margin จำนวน USD 1,100

Balance, Equity และ Free Margin ต่างกันอย่างไร?

สามารถสรุปความแตกต่างได้ง่าย ๆ ดังนี้

Balance

คือยอดเงินจากธุรกรรมที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

กำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่จะยังไม่ส่งผลต่อ Balance

Equity

คือมูลค่าบัญชีปัจจุบันเมื่อรวมกำไรหรือขาดทุนลอยตัวจากออเดอร์ที่เปิดอยู่

Equity จึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามการเคลื่อนไหวของราคา

Free Margin

คือส่วนของ Equity ที่ยังไม่ได้ถูกใช้เป็น Margin

เป็นเงินที่ยังเหลือสำหรับรองรับออเดอร์เดิม หรือใช้เปิดออเดอร์เพิ่มเติม

ความสัมพันธ์ของ Balance, Equity และ Free Margin

ลองดูตัวอย่างนี้

สมมติว่าคุณมีเงินในบัญชี

USD 1,000

ก่อนเปิดออเดอร์

  • Balance = USD 1,000
  • Equity = USD 1,000
  • Free Margin = USD 1,000

จากนั้นเปิดออเดอร์ที่ต้องใช้ Margin จำนวน

USD 200

และออเดอร์กำลังมีกำไรลอยตัว

USD 300

สถานะของบัญชีจะเป็น

Balance = USD 1,000

เนื่องจากออเดอร์ยังไม่ได้ปิด Balance จึงยังไม่เปลี่ยนแปลง

Equity = USD 1,300

เพราะ

1,000 + 300 = 1,300

และ

Free Margin = USD 1,100

เพราะ

1,300 − 200 = 1,100

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อกำไรหรือขาดทุนลอยตัวเปลี่ยนแปลง Equity จะเปลี่ยนก่อน และ Free Margin จะเปลี่ยนตาม

ขณะที่ Balance จะยังไม่เปลี่ยนจนกว่าจะมีการปิดออเดอร์

ทำไม Equity จึงสำคัญกว่าการดู Balance เพียงอย่างเดียว?

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นกับเทรดเดอร์มือใหม่ คือการมอง Balance เพียงอย่างเดียวเพื่อประเมินสถานะของบัญชี

ตัวอย่างเช่น

บัญชีอาจยังแสดง Balance อยู่ที่

USD 1,000

แต่หากออเดอร์ที่เปิดอยู่กำลังขาดทุนลอยตัว USD 500

Equity ของบัญชีก็อาจเหลือเพียง

USD 500

ดังนั้น Balance เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้สะท้อนสถานะปัจจุบันของบัญชีทั้งหมด

การดู Equity ควบคู่ไปด้วยจะช่วยให้เห็นผลกระทบจากออเดอร์ที่เปิดอยู่แบบเรียลไทม์

ทำไม Free Margin จึงสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง?

Free Margin เปรียบเสมือนพื้นที่สำรองของบัญชี

หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทางกับออเดอร์ที่เปิดอยู่ Floating Loss จะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Equity ลดลง

เมื่อ Equity ลดลง Free Margin ก็จะลดลงตามไปด้วย

ตัวอย่างเช่น

Equity = USD 1,000

Margin = USD 200

ดังนั้น

Free Margin = USD 800

หากออเดอร์ขาดทุนเพิ่มจน Equity ลดเหลือ USD 600

Free Margin จะเหลือ

USD 600 − USD 200 = USD 400

ยิ่ง Free Margin ลดลง บัญชีก็จะเหลือพื้นที่รองรับความผันผวนของตลาดน้อยลง

หากลดลงมากเกินไป อาจนำไปสู่สถานการณ์ Margin Call หรือ Stop-Out ตามเงื่อนไขของบัญชีและแพลตฟอร์มที่ใช้งาน

Floating Loss ส่งผลต่อ Equity และ Free Margin อย่างไร?

เมื่อออเดอร์ที่เปิดอยู่เกิดผลขาดทุนลอยตัว Balance จะยังไม่เปลี่ยน เพราะออเดอร์ยังไม่ได้ปิด

แต่ Equity จะลดลงทันที

เนื่องจาก

Equity = Balance − Floating Loss + Swap

และเมื่อ Equity ลดลง Free Margin ก็จะลดลงตามสูตร

Free Margin = Equity − Margin

นี่คือเหตุผลที่การติดตาม Balance เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการบริหารความเสี่ยงของบัญชี

Balance สามารถติดลบได้หรือไม่?

ตามหลักการในเนื้อหาต้นฉบับ Balance สามารถติดลบได้ในบางสถานการณ์

ตัวอย่างเช่น หากมีการปิดออเดอร์ที่ขาดทุนมากกว่า Balance ที่มีอยู่ ขณะที่ยังมีออเดอร์อื่นเปิดอยู่และมีกำไร ออเดอร์ที่ปิดแล้วจะถูกนำมาคำนวณกับ Balance ทันที

จึงอาจทำให้ Balance แสดงค่าเป็นลบได้ในช่วงหนึ่ง แม้ Equity ของบัญชีอาจได้รับการชดเชยจากกำไรของออเดอร์อื่นที่ยังเปิดอยู่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Balance, Equity และ Free Margin

Balance กับ Equity ต่างกันอย่างไร?

Balance แสดงผลของธุรกรรมที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว เช่น กำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่ปิดแล้ว

ส่วน Equity จะรวมกำไรหรือขาดทุนลอยตัวจากออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ด้วย จึงเปลี่ยนแปลงตามราคาตลาดแบบเรียลไทม์

Equity กับ Free Margin ต่างกันอย่างไร?

Equity คือมูลค่ารวมปัจจุบันของบัญชีเมื่อรวมผลจากออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่

ส่วน Free Margin คือ Equity ที่เหลือหลังจากหัก Margin ที่ใช้สำหรับถือออเดอร์ออกแล้ว

ดังนั้น

Equity = Margin + Free Margin

ทำไม Equity เปลี่ยน แต่ Balance ไม่เปลี่ยน?

เพราะกำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่เป็นเพียงกำไรหรือขาดทุนลอยตัว

ผลลัพธ์ดังกล่าวจะแสดงอยู่ใน Equity แต่จะยังไม่ถูกนำไปคำนวณใน Balance จนกว่าจะมีการปิดออเดอร์

Free Margin ใช้ทำอะไร?

Free Margin คือเงินทุนส่วนที่ยังไม่ได้ถูกใช้เป็น Margin จึงสามารถใช้เป็นเงินสำรองสำหรับรองรับความผันผวนของออเดอร์เดิม หรือใช้สำหรับเปิดออเดอร์เพิ่มเติมได้

ควรมี Free Margin เท่าไร?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกคน เนื่องจากระดับ Free Margin ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดของออเดอร์ Margin ที่ใช้ ความผันผวนของสินทรัพย์ และระดับความเสี่ยงที่เทรดเดอร์ยอมรับได้

อย่างไรก็ตาม การรักษา Free Margin ให้เพียงพอเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง เพราะช่วยให้บัญชีมีพื้นที่รองรับความผันผวนของตลาดมากขึ้น

สรุป

Balance, Equity และ Free Margin เป็น 3 ตัวเลขสำคัญที่ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจสถานะของบัญชีได้ชัดเจนขึ้น

Balance บอกว่าบัญชีมีเงินจากธุรกรรมที่เสร็จสมบูรณ์แล้วเท่าไร

Equity แสดงมูลค่าของบัญชีในปัจจุบัน เมื่อรวมกำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่

ส่วน Free Margin แสดงเงินทุนที่ยังเหลือ หลังจากหัก Margin ที่ใช้สำหรับถือออเดอร์ออกแล้ว

สิ่งสำคัญคือไม่ควรมอง Balance เพียงค่าเดียว เพราะในขณะที่มีออเดอร์เปิดอยู่ Equity และ Free Margin สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามความเคลื่อนไหวของตลาด

การติดตามทั้ง 3 ค่าไปพร้อมกันจึงช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจสถานะของบัญชี ประเมินเงินทุนที่สามารถใช้งานได้ และบริหารความเสี่ยงจาก Margin Call หรือ Stop-Out ได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มี Leverage มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้เกิดการขาดทุนได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจความเสี่ยง และพิจารณาความเหมาะสมกับสถานะทางการเงินและระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ก่อนตัดสินใจซื้อขาย

‍

Back to Education Center